FUN88

เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบ คลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational waves) ซึ่งก็คือการสั่นกระเพื่อมของ กาลอวกาศ (Space time) อันเกิดจากการเคลื่อนที่ของมวลขนาดใหญ่ในห้วงอวกาศ และในครั้งนี้เป็นการตรวจพบ คลื่นความโน้มถ่วง จากเหตุการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยเห็นมาก่อน กับปรากฏการณ์การเคลื่อนตัวเข้าชนและรวมตัวกันของ ดาวนิวตรอน 2 ดวง (ดาวนิวตรอน เป็นซากที่เหลือจากการยุบตัวของการระเบิดแบบซูเปอร์โนวา มีมวลประมาณ 1.35 ถึง 2.1 เท่าของดวงอาทิตย์ แต่มีรัศมีที่เล็กเพียง 20 ถึง 10 กิโลเมตรเท่านั้น) ซึ่งปรากฏการณ์การชนกันของดาวนิวตรอนทั้ง 2 ดวงสามารถสังเกตการณ์ได้โดยกล้องโทรทรรศน์แบบแสงทั่วๆ ไป ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบการชนกันของดาวได้อย่างใกล้ชิด


***อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ทำนายการมีอยู่ของ คลื่นความโน้มถ่วง เอาไว้ใน ค.ศ. 1916 บนพื้นฐานทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของเขา แต่ไม่เคยมีใครตรวจจับ คลื่นความโน้มถ่วง ได้เลย จนในปี 2016 มีการค้นพบ คลื่นความโน้มถ่วง เป็นครั้งแรก เป็นบทพิสูจน์ว่าทฤษฎีของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นจริง

***กาลอวกาศ (Space time หรืือเรียกว่า ปริภูมิ-เวลา) โดยตามทฤษฎีฟิสิกส์ยุคดั้งเดิมนั้น การอ้างอิงถึงเหตุการณ์ใดๆ จะมีการระบุตำแหน่งเพียง 3 มิติเท่านั้น คือตำแหน่งในแกน x, y, z แต่แนวคิดของ กาลอวกาศ คือ เราไม่สามารถอ้างอิงถึงเหตุการณ์ใดๆ โดยปราศจากการระบุมิติของ “เวลา” ทำให้ เวลา กลายเป็นมิติที่ 4 ในการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ใดๆ และทฤษฎี กาลอวกาศ ได้ทำให้ทฤษฎีทางฟิสิกส์จำนวนมาก ดูมีความเรียบง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนทำให้สามารถอธิบายการทำงานของเอกภพทั้งระดับใหญ่กว่าดาราจักร และเล็กกว่าอะตอมได้อย่างเป็นรูปแบบเดียวกันมากยิ่งขึ้น


โดยการตรวจพบ คลื่นความโน้มถ่วง ใน 4 ครั้งก่อน มาจากการเคลื่อนตัวเข้าชนกันของ หลุมดำ (ฺBlack hole) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถมองเห็นแสงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากหลุมดำ แต่ในครั้งนี้เป็นการชนกันของดาวนิวตรอน 2 ดวง ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมากๆ และผลจากการชนกัน ทำให้เกิดการรวมตัวเป็นดาวที่มีความหนาแน่นสูงมากๆ และก่อนที่จะชนกัน ดาวนิวตรอน ทั้ง 2 หมุนควงสว่านเข้าหากันก่อนที่จะชนกันในที่สุด (ชมภาพจำลองเหตุการณ์ได้จากคลิปด้านล่าง) เมื่อมันชนกันทำให้เกิดลูกไฟขนาดยักษ์ พวยพุ่งออกไปทั้ง 2 ด้าน และนักวิทยาศาสตร์สามารถสังเกตการเกิดลูกไฟได้จากกล้องโทรทรรศน์ 

และมีหอสังเกตการณ์ที่ทำหน้าที่ตรวจจับการเกิด คลื่นความโน้มถ่วง จำนวนสามแห่งบนโลก ที่สามารถตรวจจับปรากฏการณ์นี้ได้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยหอสังเกตการณ์ 2 แห่งอยู่ในสหรัฐอเมริกาและบริหารงานโดย LIGO (เป็นหอสังเกตการณ์แห่งเดียวกับที่ตรวจจับ คลื่นความโน้มถ่วง ได้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว) ส่วนหอสังเกตการณ์แห่งที่ 3 ตั้งอยู่ในอิตาลี และด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนจากหอสังเกตการณ์ทั้ง 3 แห่ง ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถระบุตำแหน่งที่เกิดการชนกันของ ดาวนิวตรอน ได้อย่างค่อนข้างจะชัดเจน

เมื่อรู้ตำแหน่งการชนกันของดาวแล้ว LIGO ได้แจ้งข่าวไปยังชุมชนของนักดาราศาสตร์ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ จากนั้นนักดาราศาสตร์นับพัน ได้ใช้ทั้งกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดิน และในอวกาศกว่า 70 ตัว เพื่อตรวจสอบปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการชนกันของ ดาวนิวตรอน และการสังเกตการณ์ยังคงดำเนินไปต่อเนื่องอีกเป็นสัปดาห์หลังจากที่เกิดเหตุการณ์

แสง เป็นเครื่องมือสำคัญที่นักดาราศาสตร์ใช้ในการตรวจสอบสิ่งต่างๆ ในห้วงอวกาศ นักวิทยาศาสตร์สามารถรู้ระยะทางของวัตถุในอวกาศ ได้โดยการตรวจสอบในแต่ละย่านความถี่ของคลื่นแสง ซึ่งก็ทำการตรวจสอบทั้งคลื่นแสงที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รวมทั้งคลื่นความถี่แสงที่เรามองไม่เห๋็นอย่าง X-rays และอินฟราเรด แต่ในครั้งนี้ ทั้งแสงและ คลื่นความโน้มถ่วง สามารถนำมาใช้ร่วมกันเพื่อสำรวจปรากฏการณ์ต่างๆ ในห้วงอวกาศได้ เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ ของการสำรวจทางดาราศาสตร์ที่เรียกกันว่ายุค Multi-messenger astronomy

Vicky Kalogera นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัย Northwestern สหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานของ LIGO กล่าวว่า “มันเป็นการปฏิวัติวงการ เมื่อมีนักดาราศาสตร์กว่า 1,000 คน ร่วมมือกันสำรวจในสิ่งๆ เดียวเป็นเวลานานนับสัปดาห์ และพวกเขาประสานงานกันตลอดช่วงเวลาอันยาวนาน สำหรับเราแล้วมันเหมือนการค้นพบ Holy Grail” (Holy Grail คือจอกศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู)

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ให้ข้อสังเกตว่า ดวงดาวหรือวัตถุใดๆ ในห้วงอวกาศ นั้นทำให้เกิดความปั่นป่วนของ กาลอวกาศ รอบๆ ตัวมัน และเมื่อมันเคลื่อนที่ก็จะทำให้เกิดการสั่นกระเพื่อมของกาลอวกาศ ซึ่งก็คือ คลื่นความโน้มถ่วง นั่นเอง เหมือนเช่นการที่เรือแล่นผ่าน ทำให้เกิดคลื่นบนผิวน้ำ

แต่การตรวจจับ คลื่นความโน้มถ่วง ไม่ใช่งานง่ายเลย เนื่องจากคลื่นที่เกิดจากดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกของเรานั้น มีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะตรวจสอบได้ นักวิทยาศาสตร์ จึงต้องเฝ้ารอตรวจจับ คลื่นความโน้มถ่วง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ ซึ่งจะเกิดจาการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีขนาดใหญ่หรือมีมวลมหาศาล ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง อย่างเช่น คลื่นความโน้มถ่วง ขนาดมหาศาล ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวเข้าชนกันของหลุมดำ หรือดาวนิวตรอน

และเมื่อวัตถุที่มีความหนาแน่นสูงอย่างหลุมดำ หรือดาวนิวตรอน จะเคลื่อนตัวเข้าหากัน มันจะหมุนตัวเป็นเกลียวเข้าหากันด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะเกิดการชนกันอย่างรุนแรง ซึ่งกิจกรรมนี้ทำให้เกิด คลื่นความโน้มถ่วง ขนาดมหาศาล และคลื่นจะเดินทางผ่านจักรวาลด้วยความเร็วแสง แล้วคลื่นก็จะค่อยๆ แผ่วเบาลงไปตาระยะทาง นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจจับ คลื่นแรงโน้มถ่วง ได้ในระดับที่แผ่วเบา และหอสังเกตการณ์ของ LIGO และ Virgo สามารถตรวจจับสัญญาณของ คลื่นความโน้มถ่วง ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความไวสูง

ที่มา : th.wikipedia.org , www.theverge.com

ใส่ความเห็น

Related News

ผู้แต่งและร้องเพลง "ชิพกับเดล" สุดเซอร์ไพรส์กระแสไวรัลในไทย

เพลง "ชิพกับเดล" ในการ์ตูนสั้น Mickey Mouse ที่กลายเป็นกระแสไวรัลในอินเทอร์เน็ตอยู่ตอนนี้ ทำให้ Quincy Surasmith ผู้แต่งเพลงและโปรดิวเซอร์เพลงนี้... อ่านเพิ่มเติม

ช่างภาพดีไซน์ แยกชิ้นส่วนในเครื่องเกมส์ยุคเก่าออกมาได้อย่าง น่าทึ่ง!

มองรูปเผินๆ ก็นึกว่างานออกแบบที่ทำด้วยคอมฯ แต่ที่ไหนได้มันคือภาพถ่ายล้วนๆ! และซีรี่ย์ของรูปภาพเหล่านี้ มันมีชื่อว่า Assembly Required... อ่านเพิ่มเติม

Canon ระดมทุนผ่าน Indiegogo สร้างกล้องคลิปหนีบ เล็กๆ กะทัดรัด !

งานนี้ บริษัท Canon มาแปลก ระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Indiegogo สร้างกล้องรุ่นใหม่ Ivy Rec กล้องที่มีความเล็กขนาดเท่าแฟลชไดร์ USB... อ่านเพิ่มเติม

พาส่องพริตตี้สาวสวยภายในงาน COMMART JOY 2019

นอกเหนือไปงานคอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค และอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่มาจัดแสดงภายในงาน COMMART JOY 2019 แล้ว... อ่านเพิ่มเติม

Marvelous กำลังจะรีเมค Harvest Moon: Friends of Mineral Town

Harvest Moon: Friends of Mineral Town จะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ จากรายงานของ Famitsu ค่าย Marvelous กำลังจะรีเมคเกมส์ที่เคยลงในเครื่อง Game Boy Advance มาสู่ Nintendo Switch แทน... อ่านเพิ่มเติม